วิธีเลือกโซเชียลมีเดีย

วิธีเลือกโซเชียลมีเดีย ให้เหมาะสมกับธุรกิจของคุณ

วิธีเลือกโซเชียลมีเดีย ให้เหมาะสมกับธุรกิจของคุณ

ในปัจจุบันมีแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียใหม่ๆ ถูกสร้างขึ้นมาตลอดเวลา การเลือกแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่เหมาะสม ถือเป็นหนึ่งในการตัดสินใจสำคัญที่ส่งผลต่อความสำเร็จในการทำการตลาดดิจิทัลของธุรกิจ SME ในยุคสมัยที่การสื่อสารและการตลาดผ่านโซเชียลมีเดียกลายเป็นเครื่องมือหลักในการสร้างแบรนด์ และการมีส่วนร่วมของลูกค้า การเลือกช่องทางที่เหมาะสม ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มการเข้าถึงและการมีส่วนร่วมของแบรนด์เท่านั้น แต่ยังช่วยให้ธุรกิจสามารถสร้างความสัมพันธ์ที่มีคุณค่ากับกลุ่มเป้าหมายได้อีกด้วย

ขั้นตอนในการเลือกแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ที่จะมาตอบโจทย์ธุรกิจของคุณอย่างแท้จริง

  1. กำหนดเป้าหมายของการตลาดโซเชียลมีเดีย

ก่อนที่จะเลือกแพลตฟอร์ม ธุรกิจควรกำหนดเป้าหมายของกลยุทธ์การตลาดโซเชียลมีเดียของตนเสียก่อน ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มการรับรู้แบรนด์ เพิ่มยอดขาย หรือสร้างการมีส่วนร่วม การมีเป้าหมายที่ชัดเจนจะช่วยให้เลือกแพลตฟอร์มที่สามารถตอบสนองความต้องการเหล่านั้นได้ดีที่สุด

การกำหนดเป้าหมายของการตลาดโซเชียลมีเดีย เป็นขั้นตอนแรกและเป็นหนึ่งในขั้นตอนที่สำคัญที่สุดในการวางแผนกลยุทธ์การตลาดออนไลน์ ในปี 2567 ทิศทางและเทรนด์ของการตลาดโซเชียลมีเดียมีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง เป้าหมายที่ชัดเจนจะช่วยให้ธุรกิจสามารถเลือกแพลตฟอร์มที่ตรงกับความต้องการ และสามารถใช้ประโยชน์จากทรัพยากรได้อย่างเต็มที่

  • การเพิ่มการรับรู้แบรนด์

การเพิ่มการรับรู้แบรนด์ (Brand Awareness) เป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักของธุรกิจที่ใช้โซเชียลมีเดีย การสร้างเนื้อหาที่มีความสร้างสรรค์และการใช้ hashtag อย่างมีกลยุทธ์ สามารถช่วยให้ธุรกิจเข้าถึงผู้ชมที่กว้างขึ้นได้ การเลือกแพลตฟอร์มที่มีกลุ่มเป้าหมายที่ตรงกับธุรกิจของคุณ ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Instagram, หรือ LinkedIn, จะช่วยให้แบรนด์ของคุณเข้าถึงผู้คนได้มากขึ้นเช่นเดียวกัน

  • เพิ่มยอดขาย

สำหรับธุรกิจที่มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มยอดขาย การเลือกแพลตฟอร์มที่สามารถรองรับการโฆษณาและมีฟีเจอร์ที่ช่วยในการขายสินค้าหรือบริการโดยตรงเป็นสิ่งสำคัญ Instagram และ Facebook มีฟีเจอร์ช็อปปิ้งที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถแสดงสินค้าและขายสินค้าได้โดยตรงบนแพลตฟอร์ม

  • สร้างการมีส่วนร่วม

การมีส่วนร่วม (Engagement) กับผู้ติดตามเป็นอีกหนึ่งเป้าหมายหลักของการตลาดโซเชียลมีเดีย การมีการโต้ตอบที่ดีกับผู้ติดตาม สามารถสร้างความภักดีและความน่าเชื่อถือต่อแบรนด์ได้ TikTok และ Instagram เป็นแพลตฟอร์มที่ดีสำหรับการสร้างเนื้อหาที่มีส่วนร่วมสูง เช่น วิดีโอสั้นๆ และ Instagram Stories

การกำหนดเป้าหมายของการตลาดโซเชียลมีเดียที่ชัดเจน ไม่เพียงแต่ช่วยให้ธุรกิจสามารถเลือกแพลตฟอร์มที่เหมาะสมได้เท่านั้น แต่ยังช่วยให้สามารถวัดผลและประเมินผลลัพธ์ของการตลาดได้ การเลือกแพลตฟอร์มที่ตอบสนองเป้าหมายที่กำหนดไว้จะช่วยให้ธุรกิจสามารถใช้งบประมาณและทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ และในที่สุดช่วยให้บรรลุเป้าหมายทางธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิผล

  1. ทำความเข้าใจกลุ่มเป้าหมาย

การรู้ว่ากลุ่มเป้าหมายของคุณใช้เวลาอยู่บนแพลตฟอร์มใดเป็นส่วนใหญ่ ถือเป็นข้อมูลที่สำคัญในการเลือกช่องทาง ตัวอย่างเช่น Facebook ยังคงเป็นแพลตฟอร์มยอดนิยมสำหรับกลุ่มประชากรทุกวัย ในขณะที่ Instagram และ TikTok ได้รับความนิยมสูงสุดในหมู่ผู้บริโภครุ่นใหม่ การทำวิจัยและการวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมายบนแพลตฟอร์มต่างๆ จะช่วยให้ธุรกิจตัดสินใจได้ถูกต้องที่สุด

การทำความเข้าใจกลุ่มเป้าหมายเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญอย่างยิ่งในการวางแผนกลยุทธ์การตลาดใดๆ ในปี 2567การปรับตัวและการใช้งานโซเชียลมีเดียของผู้คนมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ด้วยการเข้าถึงข้อมูลที่หลากหลายและการวิเคราะห์ที่ลึกซึ้ง ธุรกิจสามารถเจาะลึกเข้าถึงพฤติกรรม ความสนใจ และความต้องการของกลุ่มเป้าหมายได้อย่างชัดเจน

  • การวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อเข้าใจกลุ่มเป้าหมาย

การใช้เครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลที่ทันสมัย เช่น Google Analytics, Facebook Insights หรือแพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลโซเชียลมีเดียที่เฉพาะเจาะจง สามารถให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับกลุ่มเป้าหมายได้ ข้อมูลเหล่านี้รวมถึงเวลาที่พวกเขาใช้บนแพลตฟอร์มต่างๆ, ประเภทของเนื้อหาที่พวกเขามีปฏิสัมพันธ์มากที่สุด, และการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมการใช้งานตามฤดูกาลหรือเทรนด์

  • การเลือกแพลตฟอร์มตามกลุ่มเป้าหมาย

– Facebook: ยังคงเป็นแพลตฟอร์มที่หลากหลายที่สุด ที่มีกลุ่มผู้ใช้จากทุกวัยและสามารถเจาะกลุ่มเป้าหมายได้หลากหลาย มีเครื่องมือโฆษณาที่มีประสิทธิภาพและการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก

– Instagram: ยอดนิยมในหมู่กลุ่มเยาวชนและรุ่นมิลเลนเนียล ที่ชื่นชอบเนื้อหาภาพและวิดีโอ มีฟีเจอร์เช่น Stories และ IGTV ที่เหมาะสำหรับการสร้างเนื้อหาที่มีส่วนร่วมและการเล่าเรื่อง

– TikTok: เป็นแพลตฟอร์มที่เติบโตอย่างรวดเร็วในหมู่ผู้บริโภครุ่นใหม่ ที่ชอบเนื้อหาสร้างสรรค์และสนุกสนาน เหมาะสำหรับแบรนด์ที่ต้องการสร้างความเป็นมิตรและเข้าถึงกลุ่มเยาวชน

– LinkedIn: โดดเด่นในหมู่กลุ่มวิชาชีพและธุรกิจ B2B ที่เน้นเนื้อหาเชิงวิชาการ ข่าวสารธุรกิจ และการสร้างเครือข่ายอาชีพ

การเลือกแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่เหมาะสมกับธุรกิจของคุณ ควรอิงตามการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกและความเข้าใจในกลุ่มเป้าหมาย การใช้แพลตฟอร์มที่ตรงกับพฤติกรรมและความสนใจของกลุ่มเป้าหมายจะเพิ่มโอกาสในการสร้างการมีส่วนร่วม การรับรู้แบรนด์ และการเพิ่มยอดขาย ในท้ายที่สุด การมีกลยุทธ์ที่ยืดหยุ่นและสามารถปรับเปลี่ยนตามเทรนด์และการเปลี่ยนแปลงของตลาดจะช่วยให้ธุรกิจมีความสามารถในการแข่งขันในยุคดิจิทัลได้อย่างยั่งยืน

  1. พิจารณาประเภทของเนื้อหา

แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียแต่ละแพลตฟอร์มมีความเหมาะสมกับประเภทของเนื้อหาที่แตกต่างกัน LinkedIn เหมาะกับเนื้อหาที่เน้นด้านวิชาชีพและธุรกิจ TikTok และ Instagram เหมาะกับเนื้อหาที่มีความครีเอทีฟและมีความบันเทิงสูง การเลือกแพลตฟอร์มที่เหมาะสมกับประเภทของเนื้อหาที่ธุรกิจต้องการนำเสนอจะช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างการมีส่วนร่วม

การเข้าใจและเลือกประเภทของเนื้อหาที่เหมาะสมสำหรับแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียแต่ละแห่งเป็นหัวใจสำคัญของกลยุทธ์การตลาดดิจิทัลในปี 2567 และเนื้อหาทั้งหมดในบทความนี้ คือการขยายความและการใช้ข้อมูลล่าสุดในการพิจารณาประเภทของเนื้อหาสำหรับแพลตฟอร์มหลักๆ สำหรับธุรกิจของคุณ

LinkedIn: ด้านวิชาชีพและธุรกิจ

LinkedIn ยังคงเป็นแพลตฟอร์มชั้นนำสำหรับเนื้อหาเชิงวิชาชีพและธุรกิจ ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นพื้นที่สำหรับการเชื่อมต่อระหว่างมืออาชีพเท่านั้น แต่ยังเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญสำหรับเนื้อหาเชิงวิเคราะห์ บทวิจารณ์ตลาด และข่าวสารอุตสาหกรรมต่างๆ การเผยแพร่บทความคุณภาพ การศึกษากรณี และการเสนอเนื้อหาที่เน้นความเชี่ยวชาญเป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการสร้างความน่าเชื่อถือ และโปรโมตแบรนด์ในมุมมองของธุรกิจและวิชาชีพได้เป็นอย่างดี

Facebook: ความครีเอทีฟและความหลากหลาย

Facebook ยังคงเป็นแพลตฟอร์มที่มีผู้ใช้งานหลากหลาย และเป็นที่รู้จักสำหรับความสามารถในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้กว้างขวาง ด้วยเครื่องมือโฆษณาและการวิเคราะห์ข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ Facebook เหมาะสำหรับการเผยแพร่เนื้อหาที่หลากหลายตั้งแต่โพสต์ที่มีความครีเอทีฟ วิดีโอ ไปจนถึงการสร้างกลุ่มสำหรับการสนทนาและการมีส่วนร่วมระหว่างผู้ใช้งาน

TikTok และ Instagram: ประสบการณ์ผ่านภาพและวิดีโอ

TikTok และ Instagram ได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่ผู้บริโภครุ่นใหม่ ด้วยความสามารถในการสร้างเนื้อหาที่มีความครีเอทีฟสูงและการส่งต่อเนื้อหาได้อย่างรวดเร็ว TikTok โดดเด่นด้วยฟีเจอร์วิดีโอสั้นที่สามารถแสดงความครีเอทีฟและความบันเทิงได้อย่างไม่จำกัด ในขณะที่ Instagram ก็ยังคงเป็นแพลตฟอร์มชั้นนำสำหรับการแชร์ภาพและวิดีโอที่มีคุณภาพ พร้อมกับฟีเจอร์ Stories, IGTV และ Reels ที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถสร้างเนื้อหาที่หลากหลายและดึงดูดผู้ติดตาม

การเลือกใช้ประเภทของเนื้อหาให้ตรงกับแพลตฟอร์มเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการสร้างกลยุทธ์การตลาดโซเชียลมีเดียที่มีประสิทธิภาพ การวางแผนเนื้อหา, การผลิต, และการติดตามผลเป็นสิ่งที่ต้องทำอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้แน่ใจว่าธุรกิจสามารถปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ได้อย่างรวดเร็วตามเทรนด์และความสนใจของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป

ด้วยการใช้ข้อมูลล่าสุด และความเข้าใจถึงลักษณะเฉพาะของแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียแต่ละแห่ง ธุรกิจสามารถพัฒนาเนื้อหาที่ไม่เพียงแต่ตอบสนองต่อความต้องการ และความสนใจของกลุ่มเป้าหมายเท่านั้น แต่ยังสามารถเพิ่มการมีส่วนร่วมและสร้างการรับรู้แบรนด์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นบทความเชิงวิเคราะห์บน LinkedIn, โพสต์ที่สร้างสรรค์บน Facebook, หรือวิดีโอที่น่าสนใจบน TikTok และ Instagram, การเลือกเนื้อหาที่เหมาะสมสำหรับแพลตฟอร์มแต่ละแห่งเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ธุรกิจของคุณโดดเด่นในตลาดที่แข่งขันสูงในปี 2567 และปีต่อๆ ไป

  1. ประเมินทรัพยากรและงบประมาณ

การจัดการแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต้องการทรัพยากร ทั้งเวลาและงบประมาณ การเลือกแพลตฟอร์มที่ต้องการทรัพยากรมากเกินไปอาจไม่เหมาะสมหากธุรกิจมีข้อจำกัดด้านเหล่านี้ การเลือกแพลตฟอร์มที่สามารถจัดการได้ด้วยทรัพยากรที่มีอยู่จะช่วยให้การตลาดโซเชียลมีเดียเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การประเมินทรัพยากรและงบประมาณเป็นขั้นตอนสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามเมื่อวางแผนการตลาดโซเชียลมีเดีย ในปี 2567, ด้วยการเติบโตของเทคโนโลยีและการเพิ่มขึ้นของการแข่งขันในตลาดดิจิทัล, ธุรกิจจำเป็นต้องใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่ดีที่สุดจากการลงทุน

  • การวางแผนงบประมาณ

งบประมาณเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดขอบเขตของกิจกรรมการตลาดโซเชียลมีเดีย ธุรกิจควรกำหนดงบประมาณที่สามารถจัดสรรไปยังกิจกรรมต่างๆ เช่น การสร้างเนื้อหา, การโฆษณาแบบชำระเงิน, และการวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อให้ได้มาซึ่งผลลัพธ์ที่ต้องการ การวางแผนงบประมาณที่ชัดเจนช่วยให้ธุรกิจสามารถติดตามผลการใช้จ่ายและปรับเปลี่ยนแผนการตลาดได้ตามความจำเป็น

  • การประเมินทรัพยากร

ทรัพยากรมนุษย์และเวลาเป็นสองปัจจัยสำคัญในการจัดการแคมเปญโซเชียลมีเดีย ธุรกิจต้องประเมินว่ามีทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญเพียงพอสำหรับการจัดการแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียหรือไม่ รวมถึงการมีเวลาเพียงพอในการสร้างและเผยแพร่เนื้อหา, ติดตามผล, และตอบสนองต่อการมีส่วนร่วมของผู้ใช้ การลงทุนในเครื่องมืออัตโนมัติและแพลตฟอร์มการจัดการโซเชียลมีเดียอาจช่วยลดภาระการทำงาน และเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการหลายแพลตฟอร์มได้

  • การเลือกแพลตฟอร์มที่เหมาะสม

ธุรกิจควรเลือกแพลตฟอร์มที่สอดคล้องกับงบประมาณและทรัพยากรที่มีอยู่ แพลตฟอร์มที่ต้องการการลงทุนสูงในด้านเวลาและเงินอาจไม่เหมาะสมสำหรับธุรกิจขนาดเล็กหรือธุรกิจที่มีงบประมาณจำกัด การใช้แพลตฟอร์มที่เหมาะสมไม่เพียงแต่ช่วยให้การตลาดโซเชียลมีเดียมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ยังช่วยให้ธุรกิจสามารถใช้ประโยชน์จากทรัพยากรที่มีอยู่อย่างเต็มที่

การประเมินทรัพยากรและงบประมาณอย่างละเอียดเป็นส่วนสำคัญของการวางแผนกลยุทธ์การตลาดโซเชียลมีเดีย ด้วยการวางแผนที่ดี ธุรกิจสามารถสร้างแคมเปญที่ไม่เพียงแต่มีประสิทธิผล แต่ยังสามารถดำเนินการได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว การใช้เครื่องมือและเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อช่วยในการจัดการและการวิเคราะห์ผลลัพธ์สามารถเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน และประสิทธิภาพในตลาดที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

  1. ติดตามและวิเคราะห์ผลลัพธ์

ไม่ว่าธุรกิจจะเลือกแพลตฟอร์มใด การติดตามและวิเคราะห์ผลลัพธ์เป็นสิ่งสำคัญในการเข้าใจว่ากลยุทธ์นั้นมีประสิทธิภาพหรือไม่ การใช้เครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลในแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียจะช่วยให้ธุรกิจสามารถปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์ได้ตามความต้องการ

การติดตามและวิเคราะห์ผลลัพธ์จากกลยุทธ์โซเชียลมีเดีย เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ธุรกิจสามารถวัดความสำเร็จและปรับเปลี่ยนแผนการตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในปี 2567 การใช้เครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลที่ทันสมัยสามารถให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการมีส่วนร่วม, การเข้าถึง, และการแปลงข้อมูลเป็นลูกค้า ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจปรับปรุงกลยุทธ์การตลาดได้อย่างมีเหตุผล

  • การใช้เครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูล

เครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ สามารถให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับพฤติกรรมของผู้ใช้งานบนโซเชียลมีเดีย การติดตามเมตริกสำคัญเช่น อัตราการคลิกผ่าน (CTR), อัตราการมีส่วนร่วม, และการเข้าชมเพจสามารถช่วยให้ธุรกิจเข้าใจถึงประสิทธิภาพของเนื้อหาและโฆษณา นอกจากนี้ เครื่องมือเหล่านี้ยังสามารถช่วยในการตรวจสอบเส้นทางการเดินทางของลูกค้าและจุดที่พวกเขาตัดสินใจซื้อสินค้าหรือบริการได้ด้วย

  • การปรับเปลี่ยนกลยุทธ์

ด้วยข้อมูลที่ได้จากการวิเคราะห์ ธุรกิจสามารถปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การตลาดของตนเพื่อตอบสนองความต้องการและพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมายได้ดีขึ้น การทดลองเนื้อหาและโฆษณาที่แตกต่างกันสามารถเพิ่มโอกาสในการพบกับสูตรสำเร็จที่ทำให้ได้มาซึ่งการมีส่วนร่วมและการแปลงข้อมูลเป็นลูกค้าสูงสุด

  • การใช้งานเครื่องมือ AI และเทคโนโลยีใหม่ๆ

การใช้งาน AI และเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น การเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning) สามารถช่วยให้ธุรกิจสามารถวิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างละเอียดและรวดเร็วยิ่งขึ้น การวิเคราะห์นี้สามารถช่วยให้ธุรกิจเข้าใจถึงรูปแบบและแนวโน้มที่อาจไม่ชัดเจนจากการวิเคราะห์ด้วยมือ ทำให้สามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาดได้อย่างรวดเร็ว

การติดตามและวิเคราะห์ผลลัพธ์ เป็นกระบวนการที่ไม่มีที่สิ้นสุด ที่ต้องการการทบทวนอย่างต่อเนื่องเพื่อให้แน่ใจว่ากลยุทธ์การตลาดโซเชียลมีเดียของธุรกิจยังคงมีประสิทธิภาพในการเข้าถึงและสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า ด้วยการใช้ข้อมูลล่าสุดและเครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลที่ทันสมัย ธุรกิจสามารถตั้งต้นสู่ความสำเร็จในยุคดิจิทัลได้อย่างมั่นคงไม่ว่าจะต้องพบเจอความเปลี่ยนแปลงแบบใด

การเลือกแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่เหมาะสมกับธุรกิจ เป็นกระบวนการที่ต้องการการวิเคราะห์และการพิจารณาอย่างละเอียด ด้วยการติดตามแนวโน้มและการเปลี่ยนแปลงของตลาด ธุรกิจสามารถใช้ประโยชน์จากโซเชียลมีเดียเพื่อสร้างแบรนด์ สร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า และเพิ่มยอดขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังมองหาทีมงานการตลาดดิจิทัลที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์สูง อย่าลังเลที่จะติดต่อ TecTony ของเรา เพื่อให้เราช่วยคุณวางแผนกลยุทธ์ธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ เพราะเรา เข้าใจดีว่าเจ้าของธุรกิจในยุคออนไลน์ทุกคน “ต้องการอะไร”

thไทย