AI·30 · 10 · 25·7 MIN READ

จาก Google สู่ AI Search: การเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ของพฤติกรรมค้นหาคนไทยในยุคปัญญาประดิษฐ์

จาก Google สู่ AI Search: การเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ของพฤติกรรมค้นหาคนไทยในยุคปัญญาประดิษฐ์

ตั้งแต่ Google ก่อตั้งในปี 1998 พฤติกรรมการค้นหาของผู้คนทั่วโลกแทบไม่เปลี่ยนแปลง — พิมพ์คำ คลิกลิงก์ อ่านเว็บ แต่ในปี 2022–2025 เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของ search คนไทยกำลังเปลี่ยนวิธีค้นหาข้อมูลอย่างรวดเร็วและลึกซึ้งกว่าที่หลายธุรกิจตระหนัก

ตัวเลขที่บอกเล่าการเปลี่ยนแปลง

สถิติจากตลาดดิจิทัลไทยในปี 2025 เผยให้เห็นภาพที่น่าสนใจ ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตไทยอายุ 18–34 ปี กว่า 45% ระบุว่าพวกเขาใช้ AI Tools (ChatGPT, Gemini, Perplexity) เป็น "จุดแรก" ในการค้นหาข้อมูล ก่อนที่จะไปยัง Google หากยังต้องการข้อมูลเพิ่มเติม

ในกลุ่มนักศึกษาและวัยทำงานตอนต้น ตัวเลขนี้สูงกว่า 60% สะท้อนให้เห็นว่าคนรุ่นใหม่ไทยมองว่า AI Search ไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นวิธีที่ "ดีกว่า" ในการหาคำตอบ

ปัจจัยเฉพาะของไทยที่เร่งการ Adoption

ประเทศไทยมีปัจจัยเฉพาะหลายอย่างที่ทำให้ AI Search ได้รับการยอมรับเร็วกว่าค่าเฉลี่ยโลก ประการแรกคือการที่คนไทยเป็น "super adopters" ของเทคโนโลยีใหม่ สะท้อนจากตัวเลข LINE ที่มีผู้ใช้งานถึง 52 ล้านคนในประเทศที่มีประชากร 70 ล้านคน

ประการที่สองคือภาษาไทยมีความซับซ้อนที่ทำให้ keyword-based search ได้ผลลัพธ์ไม่ดีนัก คนไทยจึงพบว่า AI Search ที่เข้าใจ natural language ให้ผลลัพธ์ที่ตรงกว่ามาก ประการที่สามคือ mobile-first culture ที่คนไทยใช้สมาร์ทโฟนเป็นอุปกรณ์หลัก ทำให้ voice และ conversational search ที่ AI รองรับได้ดีกว่ากลายเป็นตัวเลือกที่น่าดึงดูด

การเปลี่ยนแปลงเฉพาะของ Search Journey คนไทย

ก่อนยุค AI Search ผู้บริโภคไทยที่ต้องการซื้อสินค้าราคาสูงมักผ่าน journey ดังนี้: Google → เว็บรีวิว → Pantip → Facebook Group → ตัดสินใจซื้อ กระบวนการนี้อาจใช้เวลาหลายวัน

ในยุค AI Search journey เปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ: AI Chat (Gemini/ChatGPT) → สอบถามรายละเอียด → ขอเปรียบเทียบ → ดู review สรุป → ตัดสินใจ กระบวนการนี้อาจเกิดขึ้นใน 15–30 นาที สิ่งนี้มีผลกระทบสำคัญต่อทุก touchpoint ใน customer journey ของธุรกิจไทย

โอกาสสำหรับธุรกิจไทยในการเปลี่ยนผ่านนี้

การเปลี่ยนผ่านจาก Google สู่ AI Search ไม่ใช่แค่ความท้าทาย แต่เป็นโอกาสครั้งใหญ่สำหรับธุรกิจที่เตรียมพร้อม เพราะ AI Search ยังเป็น "ตลาดใหม่" ที่การแข่งขันยังไม่สูงเท่า Google SEO แบบดั้งเดิม

ธุรกิจที่เริ่ม optimize content สำหรับ AI Answer ได้ก่อนจะได้ "first mover advantage" ที่อาจอยู่ได้นานหลายปี เพราะ AI ที่ "รู้จัก" แบรนด์ไว้แล้วมีแนวโน้มที่จะแนะนำแบรนด์นั้นต่อไปใน answer ต่อๆ มา เหมือนกับที่เว็บไซต์ที่ติด rank ใน Google มานานมีแนวโน้มรักษา rank ไว้ได้

กลยุทธ์สำหรับธุรกิจที่ต้องการ Capture AI Search Traffic

ขั้นแรก สร้าง Knowledge Base ที่ครอบคลุม — เนื้อหาที่ตอบ "ทุกคำถามที่ลูกค้าอาจถาม" เกี่ยวกับ product/service ของคุณ ขั้นที่สอง ใช้ structured data ให้ AI สามารถ parse ข้อมูลของคุณได้ง่าย ขั้นที่สาม สร้าง brand presence ทั้งบน YouTube, Podcast และ Social ที่ AI search จะอ้างถึงได้ และขั้นที่สี่ monitor ว่า AI กำลังพูดถึงแบรนด์คุณอย่างไรด้วย brand monitoring tools

Key Takeaways

  • 45% ของผู้ใช้ไทยอายุ 18–34 ปีใช้ AI เป็นจุดแรกในการค้นหาแล้วในปี 2025
  • ภาษาไทยและ mobile-first culture เร่งให้ไทยรับ AI Search ได้เร็วกว่าค่าเฉลี่ยโลก
  • Customer journey ที่เคยใช้หลายวันเหลือเพียง 15–30 นาทีในยุค AI Search
  • AI Search ยังเป็น "ตลาดใหม่" ที่ first mover advantage ยังมีอยู่สูง
  • การ optimize สำหรับ AI Answer ตอนนี้จะให้ผลตอบแทนระยะยาวเหมือนการทำ SEO ในยุคแรก

FAQ

Q: Google จะยังสำคัญสำหรับธุรกิจไทยต่อไปหรือเปล่า?
A: ยังสำคัญมากในระยะสั้นถึงกลาง เพราะ Google ยังมีส่วนแบ่งตลาดสูงในไทย แต่ธุรกิจควรเริ่ม diversify ไปสู่ AI Search Optimization คู่ขนานกันไป

Q: ธุรกิจ B2B ไทยได้รับผลกระทบจาก AI Search เหมือน B2C หรือเปล่า?
A: B2B ได้รับผลกระทบเช่นกัน โดยเฉพาะในช่วง research phase ที่ procurement team ใช้ AI Search หาข้อมูลผู้ให้บริการ การ optimize ให้ AI แนะนำบริษัทของคุณในคำตอบเชิง B2B จึงสำคัญมาก

Q: วิธีติดตามว่า AI Search กำลังพูดถึงแบรนด์อย่างไร?
A: ใช้ brand monitoring tools เช่น Mention หรือ Brand24 ร่วมกับการทดสอบ manual โดยถาม AI chatbots ต่างๆ เกี่ยวกับ category ของธุรกิจคุณแล้วดูว่าแบรนด์ถูกกล่าวถึงหรือแนะนำหรือไม่

แชตทาง LINE@tectonyจาก Google สู่ AI Search: การเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ของพฤติกรรมค้นหาคนไทยในยุคปัญญาประดิษฐ์